เซียลิส Tadalafil คืออะไร?
เซียลิส (Cialis) หรือ Tadalafil เป็นยาที่ใช้รักษาภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศ (Erectile Dysfunction – ED) และอาการต่อมลูกหมากโต (Benign Prostatic Hyperplasia – BPH) โดยเป็นยาในกลุ่ม PDE5 inhibitor เช่นเดียวกับ Sildenafil (ไวอากร้า) และ Vardenafil (เลวิตร้า) แต่มีจุดเด่นที่สำคัญคือ ระยะเวลาการออกฤทธิ์ที่ยาวนานถึง 36 ชั่วโมง ทำให้ได้รับฉายาว่า “ยาเสาร์อาทิตย์” (Weekend pill) เนื่องจากผู้ใช้สามารถมีเพศสัมพันธ์ได้ทุกเมื่อภายในช่วงเวลาดังกล่าว โดยไม่ต้องกังวลเรื่องเวลาที่ต้องรอหลังจากรับประทานยา
Tadalafil ได้รับการอนุมัติจาก FDA ในปี ค.ศ. 2003 และผลิตโดยบริษัท Eli Lilly ประเทศสหรัฐอเมริกา ปัจจุบันมียาสามัญ (Generic Tadalafil) ที่มีราคาถูกกว่าให้เลือกใช้ด้วย โดยขนาดยาที่ใช้ทั่วไปคือ 2.5mg, 5mg, 10mg และ 20mg
ความแตกต่างระหว่าง Tadalafil กับ Sildenafil
แม้ Tadalafil และ Sildenafil จะเป็นยาในกลุ่มเดียวกัน แต่มีความแตกต่างที่สำคัญหลายประการ:
- ระยะเวลาออกฤทธิ์: Tadalafil ออกฤทธิ์นาน 24-36 ชั่วโมง ในขณะที่ Sildenafil ออกฤทธิ์นาน 4-6 ชั่วโมง
- เวลาที่เริ่มออกฤทธิ์: Tadalafil ใช้เวลาประมาณ 30-60 นาที ในขณะที่ Sildenafil ใช้เวลาประมาณ 30-60 นาทีเช่นกัน แต่ Tadalafil บางรูปแบบเริ่มออกฤทธิ์ได้เร็วถึง 16 นาที (รูปแบบละลายในปาก)
- ผลกระทบจากอาหาร: Tadalafil ได้รับผลกระทบจากอาหารน้อยมาก ในขณะที่ Sildenafil ได้รับผลกระทบอย่างมากจากอาหารที่มีไขมันสูง
- ผลการรักษาต่อมลูกหมาก: Tadalafil (ขนาด 5mg รับประทานทุกวัน) ได้รับการอนุมัติให้รักษาอาการต่อมลูกหมากโตได้ ในขณะที่ Sildenafil ไม่ได้ระบุข้อบ่งชี้นี้
- ผลข้างเคียงด้านการมองเห็น: Tadalafil มีโอกาสน้อยกว่าที่จะทำให้เห็นภาพเป็นสีฟ้า (Blue tint vision) เมื่อเทียบกับ Sildenafil
- อาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ: Tadalafil มีผลข้างเคียงที่ทำให้ปวดหลังหรือปวดเมื่อยกล้ามเนื้อได้บ่อยกว่า Sildenafil
ขนาดยา Tadalafil และวิธีใช้ที่ถูกต้อง
การใช้เป็นครั้งคราว (On-demand dosing)
สำหรับการใช้แบบเป็นครั้งคราว ขนาดยาที่แนะนำคือ 10mg หรือ 20mg รับประทานก่อนมีเพศสัมพันธ์ประมาณ 30-60 นาที ข้อดีคือคุณไม่ต้องรับประทานยาทุกวัน แต่ต้องวางแผนล่วงหน้าบ้าง
- 10mg: ขนาดเริ่มต้นสำหรับการใช้เป็นครั้งคราว เหมาะกับผู้ที่เพิ่งเริ่มใช้ Tadalafil
- 20mg: ขนาดสูงสุดสำหรับการใช้เป็นครั้งคราว ใช้เมื่อ 10mg ไม่ได้ผลตามต้องการ
การใช้เป็นประจำทุกวัน (Daily dosing)
สำหรับผู้ที่ต้องการความยืดหยุ่นสูงสุด มีเพศสัมพันธ์บ่อย หรือไม่ต้องการวางแผนล่วงหน้า การรับประทาน Tadalafil ขนาดต่ำทุกวันเป็นทางเลือกที่ดี
- 2.5mg: ขนาดเริ่มต้นสำหรับการใช้ทุกวัน
- 5mg: ขนาดมาตรฐานสำหรับการใช้ทุกวัน หรือใช้รักษาอาการต่อมลูกหมากโต
เมื่อรับประทาน Tadalafil ทุกวัน ยาจะคงระดับในเลือดสม่ำเสมอ ทำให้คุณพร้อมสำหรับการมีเพศสัมพันธ์ตลอดเวลา โดยไม่ต้องรอให้ยาออกฤทธิ์
ข้อควรรู้ก่อนใช้เซียลิส Tadalafil
ข้อห้ามใช้ (Contraindications)
- ผู้ที่ใช้ยา nitrate เช่น Isosorbide Mononitrate, Isosorbide Dinitrate, Nitroglycerin – ห้ามใช้ร่วมกันเด็ดขาด
- ผู้ที่ใช้ Riociguat (ยารักษาความดันโลหิตสูงในปอด)
- ผู้ที่แพทย์不建议ให้มีกิจกรรมทางเพศ เนื่องจากโรคหัวใจรุนแรง
- ผู้ที่มีความดันโลหิตต่ำ (Hypotension) หรือความดันโลหิตสูงที่ไม่สามารถควบคุมได้
- ผู้ที่มีประวัติโรคหลอดเลือดสมองหรือหัวใจวายในระยะ 6 เดือน
โรคประจำตัวที่ต้องระวัง
- โรคตับรุนแรง (Severe hepatic impairment)
- โรคไตระยะสุดท้าย (End-stage renal disease) ที่ต้องฟอกไต
- โรคจอประสาทตาเสื่อม (Retinitis Pigmentosa)
- โรคแผลในกระเพาะอาหาร (Peptic ulcer)
- โรคเลือดออกผิดปกติ (Bleeding disorders)
- ภาวะ Priapism (การแข็งตัวนานผิดปกติ) ในประวัติ
ปฏิกิริยากับยาและอาหาร
ยา: Tadalafil อาจมีปฏิกิริยากับ alpha-blockers (ยาลดความดัน), ยาต้านเชื้อรา (Ketoconazole, Itraconazole), ยาต้านไวรัส HIV (Ritonavir), ยาปฏิชีวนะกลุ่ม Macrolide (Erythromycin, Clarithromycin), และยากันชักบางชนิด
อาหาร: ข้อดีสำคัญของ Tadalafil คือไม่ได้รับผลกระทบจากอาหาร ไม่ว่าจะเป็นอาหารไขมันสูงหรืออาหารทั่วไป ทำให้ผู้ใช้สะดวกในการรับประทานโดยไม่ต้องกังวล
แอลกอฮอล์: สามารถดื่มแอลกอฮอล์ในปริมาณปานกลางได้ แต่ไม่ควรดื่มมากเกินไป เพราะจะเพิ่มความเสี่ยงของผลข้างเคียง เช่น เวียนศีรษะ ความดันโลหิตต่ำ และอาจลดประสิทธิภาพการแข็งตัว
ผลข้างเคียงของ Tadalafil
ผลข้างเคียงที่พบบ่อย
- ปวดศีรษะ: พบได้บ่อยที่สุด มักเป็นระดับเล็กน้อยถึงปานกลาง
- อาการอาหารไม่ย่อย (Dyspepsia): พบบ่อยกว่า Sildenafil
- ปวดหลังและปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ (Myalgia): เป็นลักษณะเฉพาะของ Tadalafil พบได้บ่อยกว่า PDE5 inhibitors ชนิดอื่น มักเกิดขึ้น 12-24 ชั่วโมงหลังรับประทานยา
- คัดจมูก: เกิดจากการขยายตัวของหลอดเลือด
- หน้าแดง: พบน้อยกว่า Sildenafil
- เวียนศีรษะ
ผลข้างเคียงที่รุนแรง (ควรไปพบแพทย์ทันที)
- การแข็งตัวนานผิดปกติ (Priapism) นานเกิน 4 ชั่วโมง
- สูญเสียการมองเห็นกะทันหัน
- สูญเสียการได้ยินกะทันหัน
- หัวใจเต้นผิดจังหวะหรือเจ็บหน้าอก
- อาการแพ้รุนแรง เช่น ผื่น ลมพิษ หายใจลำบาก บวมที่ใบหน้า
ข้อดีของเซียลิส Tadalafil
- ระยะเวลาออกฤทธิ์ยาวนาน: 24-36 ชั่วโมง ให้อิสระในการมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ต้องกังวลเรื่องเวลา
- ไม่ได้รับผลกระทบจากอาหาร: สามารถรับประทานพร้อมอาหารหรือขณะท้องว่างก็ได้
- ใช้รักษาต่อมลูกหมากโตได้: ขนาด 5mg ทุกวันช่วยลดอาการ BPH
- รูปแบบการใช้ทุกวัน: สะดวกสำหรับผู้ที่มีเพศสัมพันธ์บ่อย
- ผลข้างเคียงด้านการมองเห็นน้อยกว่า: โอกาสเห็นภาพเป็นสีฟ้าต่ำกว่า Sildenafil
ข้อเสียของเซียลิส
- ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อและปวดหลัง: เป็นผลข้างเคียงที่พบได้บ่อย
- ระยะเวลายาวนานอาจเป็นข้อเสีย: หากเกิดผลข้างเคียงจะอยู่ได้นานหลายชั่วโมง
- ราคาแพงกว่า Sildenafil: โดยเฉพาะยี่ห้อเดิม (Cialis)
- ปฏิกิริยากับยามากกว่า: เนื่องจากยาอยู่ในร่างกายนาน จึงมีโอกาสเกิดปฏิกิริยากับยาอื่นสูงกว่า
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับเซียลิส
เซียลิสช่วยให้แข็งตัวทันทีหรือไม่?
ไม่ Tadalafil ต้องใช้เวลาประมาณ 30-60 นาทีในการเริ่มออกฤทธิ์ แม้ว่าระยะเวลาออกฤทธิ์จะยาวนาน แต่ก็ยังต้องรอให้ยาทำงานก่อนเช่นกัน
เซียลิสใช้ร่วมกับแอลกอฮอล์ได้ไหม?
ได้ในปริมาณที่พอเหมาะ แต่แอลกอฮอล์มากเกินไปจะลดประสิทธิภาพของยาและเพิ่มผลข้างเคียง
ผู้หญิงใช้เซียลิสได้หรือไม่?
FDA ยังไม่อนุมัติให้ใช้ Tadalafil ในผู้หญิง แม้ว่าจะมีการศึกษาบางชิ้นที่ทดสอบการใช้ในผู้หญิง
เซียลิสทำให้ติดหรือไม่?
Tadalafil ไม่ก่อให้เกิดการติดยาแต่อย่างใด
สรุป
เซียลิส (Tadalafil) เป็นยารักษาภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศที่มีจุดเด่นที่ระยะเวลาออกฤทธิ์ยาวนานถึง 36 ชั่วโมง ทำให้ผู้ใช้มีความยืดหยุ่นสูง ไม่ต้องกังวลเรื่องเวลาในการมีเพศสัมพันธ์ การไม่ได้รับผลกระทบจากอาหารเป็นข้อดีที่ช่วยเพิ่มความสะดวกในการใช้ อย่างไรก็ตาม ผลข้างเคียงอย่างอาการปวดหลังและปวดเมื่อยกล้ามเนื้ออาจเป็นปัญหาในผู้ใช้บางราย การเลือกซื้อ Tadalafil แท้จากแหล่งที่เชื่อถือได้เป็นสิ่งสำคัญเพื่อความปลอดภัยและประสิทธิภาพสูงสุดในการรักษา

